GitHub เผยแพร่คู่มือส่งต่อ session จาก Copilot app ไป VS Code วันที่ 19 ตุลาคม 2026 โดยคงบทสนทนา แผนงาน diff และ working context ไว้ จุดที่มีประโยชน์สำหรับทีมคือเปิดงานใน editor เพื่อตรวจและทดสอบต่อได้ โดยไม่ต้องสรุปประวัติทั้งหมดไปเริ่มแชตใหม่

นี่เป็นข่าวการเผยแพร่คู่มือ ไม่ใช่คำยืนยันว่าฟีเจอร์เพิ่งเริ่มเปิดให้ทุกบัญชีในวันนั้น และการส่งต่อ session ไม่ได้แทนการ review หรือสิทธิ์ของ repository

ไฟล์ยังอยู่ใน worktree ของ session

คู่มือให้เริ่มจาก session ใน Copilot app แล้วเลือก Open in VS Code จากนั้น VS Code เปิด worktree ที่ผูกกับ session พร้อมบทสนทนาเดิมใน Copilot sidebar การแก้มือจึงต่อจากไฟล์ที่ agent แก้ไว้ ไม่ต้องคัดลอกข้าม checkout

สำหรับผู้ที่มีหลาย worktree ควรตรวจ path และ branch ในหน้าต่างที่เพิ่งเปิดก่อนเริ่มแก้ โดยเฉพาะเมื่อมี editor หลายหน้าต่าง การใช้ context เดิมไม่ได้ป้องกันการเปิดหรือรันคำสั่งในอีกหน้าต่างหนึ่งผิดที่

ก่อนใช้ ต้องพร้อมทั้งบัญชีและสิทธิ์

ต้นทางกำหนดให้ติดตั้งและ sign in Copilot app มี VS Code ที่ใช้ GitHub account เดียวกัน มี session ที่มีการเปลี่ยนแปลงโค้ด และมีสิทธิ์ทำงานกับ repository รวมถึง push การเปลี่ยนแปลงนั้น การเห็นบทสนทนาไม่ได้แปลว่าได้สิทธิ์ repository เพิ่ม

หลังเปิดใน VS Code ให้ตรวจ diff ตามข้อกำหนดของโปรเจกต์ ดูการจัดการ error และ edge cases ตรวจไฟล์ที่ไม่เกี่ยวข้อง แล้วรันคำสั่งตรวจของ repository จริง คำสั่งตัวอย่างในคู่มืออย่าง npm test ใช้ได้ต่อเมื่อโปรเจกต์มี script ที่ตรงกัน ไม่ใช่คำสั่งมาตรฐานที่รันได้กับทุกภาษา

ส่งต่อ context แล้วก็ยังต้องตรวจผล

บทสนทนาเดิมช่วยอธิบายเหตุผลของการแก้ไข แต่ไม่ใช่หลักฐานว่าการทดสอบผ่านแล้ว ทีมควรดู output จริง ทดสอบส่วนที่เปลี่ยน และใช้กระบวนการ commit, PR และอนุมัติของ repository ตามเดิม

Reefsight อ่านคู่มือทางการ แต่ยังไม่ได้ทดสอบการส่งต่อด้วยบัญชี Copilot app ในข่าวนี้ จึงไม่มีข้อยืนยันเรื่องการเปิดใช้ของแต่ละ plan, OS หรือส่วนขยายเฉพาะรุ่น ภาพเป็น Mermaid ที่สรุปตำแหน่งงานและขั้นตรวจตามคู่มือ ไม่ใช่หน้าจอผลิตภัณฑ์