เกิดอะไรขึ้น

Vercel ประกาศใน changelog เมื่อ 30 ตุลาคม 2026 ว่า Data Cache ซึ่งเป็นที่เก็บผลของ fetch ที่ cache ไว้และ unstable_cache ของ Next.js พ้นสถานะ beta และย้ายไปอยู่บน Runtime Cache ประกาศระบุว่าการ cache ของ Next.js จะสลับไปใช้ระบบใหม่ในทุกเวอร์ชันโดยไม่ต้องแก้โค้ด

สิ่งที่เปลี่ยนจริงๆ มีสองด้าน ด้านพื้นที่ ทีม Pro จะได้พื้นที่ Runtime Cache แยกต่อโปรเจกต์ต่อ environment ซึ่งประกาศระบุว่าใหญ่กว่า pool รวมของ Data Cache เดิม 8 เท่า และทีม Enterprise ได้ 10 เท่าของพื้นที่เดิม ด้านค่าใช้จ่าย การอ่านและเขียน Data Cache ที่เดิมไม่ถูกคิดเงินจะถูกคิดตามอัตรา Runtime Cache ซึ่งเริ่มที่ 0.40 ดอลลาร์ต่อล้าน read unit และ 4.00 ดอลลาร์ต่อล้าน write unit โดยต่างกันตาม region ตามหน้าราคาตาม region

โควตาฟรีตามประกาศคือ ทีม Hobby ได้ 1 ล้าน read unit และ 200,000 write unit ต่อเดือน ใช้ร่วมกันทุกโปรเจกต์ ทีม Pro หักจากเครดิต infrastructure 20 ดอลลาร์ต่อเดือน ส่วนที่เกินคิดตามอัตรา region และทีม Enterprise ให้ติดต่อ account team

กำหนดเวลา

  • ทีมที่สร้างตั้งแต่ 30 ตุลาคม 2026 ใช้ Runtime Cache ตั้งแต่ต้น
  • ทีม Hobby ที่มีอยู่เดิมจะถูกย้ายในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2026
  • ทีม Pro จะได้รับแจ้งวันย้ายและวันที่การคิดเงินเริ่มมีผล
  • ทีม Enterprise จะได้รับการติดต่อจาก account team
  • ทีม Hobby และ Pro เลือกย้ายก่อนได้จากหน้า CDN settings ของทีม ตั้งแต่ 30 ตุลาคม และราคาใหม่มีผลทันทีที่เลือก

ใครได้รับผล

ทีม Next.js บน Vercel ที่ใช้ fetch cache หรือ unstable_cache คือกลุ่มหลัก ทุกครั้งที่ Next.js อ่านผลจาก cache ก่อนไปยิง API หรือฐานข้อมูล และทุกครั้งที่เขียนผลใหม่ลง cache จะกลายเป็นหน่วยที่คิดเงิน หน้าที่มี fetch หลายสิบจุดต่อ render หรือ revalidate ถี่ จะเป็นจุดที่ตัวเลขขยับก่อน

ทีมที่ใช้แผน Hobby ทำเว็บลูกค้าหรือ side project ควรรู้ว่าโควตาฟรีนับรวมทุกโปรเจกต์ในทีม และการย้ายจะเกิดอัตโนมัติปลายเดือนพฤศจิกายนโดยไม่ต้องกดอะไร

ทีมที่ไม่ได้ใช้ cache ของ Next.js เลย เช่น ใช้ cache: 'no-store' ทั้งโปรเจกต์ หรือ host อยู่ที่อื่น ไม่กระทบจากประกาศนี้

ควรทำอะไร

  1. เปิดหน้า Observability ของโปรเจกต์ดูตัวเลข Data Cache ปัจจุบันก่อนถูกย้าย ประกาศชี้ไปที่หน้า Runtime Cache ใน Observability และแนะให้ดูตัวเลขก่อนตัดสินใจ
  2. คูณตัวเลขอ่านเขียนต่อเดือนกับอัตราข้างต้นเทียบกับโควตาฟรีหรือเครดิต 20 ดอลลาร์ของแผน Pro เพื่อรู้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจริงหรือไม่
  3. ลดการอ่านเขียนที่ไม่จำเป็นตามคู่มือ optimize Runtime Cache เช่น รวม fetch ซ้ำซ้อน ตั้ง revalidate ให้ยาวขึ้นในข้อมูลที่ไม่เปลี่ยนบ่อย หรือย้ายข้อมูลคงที่ไป build time
  4. ถ้าไม่อยากให้มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้เลย ประกาศบอกว่าปิดการ cache ของ fetch และ unstable_cache ได้จาก CDN settings ซึ่งจะทำให้คำขอไปถึงแหล่งข้อมูลมากขึ้น ต้องชั่งกับ latency และโควตาของ API ปลายทาง
  5. ทีม Pro ควรดูอีเมลแจ้งวันย้าย และทีมที่มีลูกค้าหลายรายในทีมเดียวควรแยกต้นทุนต่อโปรเจกต์ไว้ล่วงหน้า

ข้อจำกัด

ประกาศไม่ได้ระบุเวอร์ชัน Next.js ขั้นต่ำ และไม่ได้บอกวันย้ายที่แน่นอนของทีม Pro และ Enterprise นอกจากว่าจะมีการแจ้ง ตัวเลขราคาเป็นอัตราเริ่มต้นที่ต่างตาม region ต้องตรวจ region ของโปรเจกต์ตัวเอง ReefSight ไม่ได้ host บน Vercel จึงไม่มีตัวเลขการใช้งานจริงมาเทียบ บทความนี้อ้างจาก changelog และเอกสารราคาของ Vercel เท่านั้น